Select Page

Registration, Evaluation, Authorisation and Restriction of Chemicals (REACH)

เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยสารเคมี ของสหภาพยุโรป (Regulation (EC) No. 1907/2006 ) ว่าด้วย การจดทะเบียน (Registration) การประเมินความเสี่ยง (Evaluation) การขออนุญาต (Authorization) และการจำกัดการใช้ (Restriction) สารเคมี (Chemicals) ในสหภาพยุโรป ที่ประกาศอย่าง เป็นทางการเมื่อ 18 ธันวาคม 2006

REACH เน้นการควบคุมความเสี่ยงจากการใช้สารเคมี ผ่านกลไกตาม

  1. การจดทะเบียนสารเคมี (Registration: R) ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ผลิต/ผู้นำเข้าสารเคมีทุกราย ที่ต้อง จดทะเบียนสารเคมีทุกชนิด (รายสาร) ที่ตนเกี่ยวข้องด้วย ก่อนนำสินค้าเข้าตลาด ดังคำกล่าวของ REACH: No Data No Market
  2. การประเมินข้อมูลสารเคมี (Evaluation: E) ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ECHA (European Chemicals Agency)
  3. การขออนุญาตใช้งานสารเคมีบางชนิด (Authorization: A) ผู้ที่ต้องการใช้สารเคมีที่ถูกจัดเป็น สารที่ต้องขออนุญาตก่อนผลิต/ใช้งาน ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาคำขอ เป็นรายๆ ไป (ตามระดับความเสี่ยง)
  4. การห้ามใช้สารอันตรายบางชนิด (Restriction) โดย REACH กำหนดเงื่อนไข/กลไกการพิจารณา ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต้องไปดำเนินการศึกษาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ไม่เฉพาะกับสารที่มี ความเสี่ยงสูงและเห็นว่าจำเป็นต้องห้าม แต่รวมถึงความเสี่ยงของสารที่จะนำมาใช้ทดแทน เมื่อมี สารใดสารหนึ่งมีลักษณะผ่านเงื่อนไขครบทุกข้อก็จะมีการประกาศเป็นสารต้องห้าม ซึ่งกลไกนี้ เป็นกลไกอัตโนมัติ ไม่ต้องรอนำเรื่องเข้าพิจารณาในสภา ซึ่งใช้เวลานานกว่าจะประกาศเป็น กฎหมายได้ เมื่อมีการประกาศสารต้องห้าม ผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องก็ต้องปฏิบัติตาม โดยการเลิกใช้สาร ที่ระบุภายในระยะเวลาที่กำหนด

กลไกภายใต้ REACH ออกแบบมาเพื่อใช้กับ สารเคมี/เคมีภัณฑ์ แต่จะมีข้อกำหนดเฉพาะบางเรื่องและ ในบางกรณีที่ใช้กับสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ โดยสารเคมีที่อยู่ในตัวผลิตภัณฑ์ ที่ REACH ควบคุมสามารถแบ่ง ได้เป็นกลุ่มได้ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  1. สารเคมีที่ผู้ผลิต ตั้งใจจะปลดปล่อย (Intended Release) ออกจากตัวผลิตภัณฑ์ ในระหว่างการใช้ งานตามปกติหรือการใช้งานที่คาดการณ์ได้ ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ผลิต [2] ต้องจดทะเบียนสารเคมีทุกชนิดที่ตน “ตั้งใจ จะปลดปล่อย” ที่มีปริมาณรวมทั้งหมดเกิน 1 ตันต่อปี ก่อนจึงจะนำผลิตภัณฑ์นั้นๆ เข้าตลาดได้
  2. สารเคมีในกลุ่มที่เรียกว่าสารที่น่าเป็นห่วงหรือ Sub Substance of Very High Concerns หรือ sVHC ซึ่ง REACH แบ่ง sVHC ไว้เป็น 3 ระดับได้แก่
    1. สารเคมีที่มีลักษณะเฉพาะตัวเข้าข่ายเป็น “สารที่น่าเป็นห่วง” หรือ sVHC ซึ่งสหภาพยุโรปหรืออี ยูใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการพิจารณามาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นลำดับขั้นตามระดับความเสี่ยง
    2. สารที่น่าเป็นห่วง ที่ถูกจัดเป็นสารควบคุมในบัญชีรายชื่อที่ REACH เรียกว่า “Candidate List”
    3. สารเคมีควบคุม ที่มีการประกาศรายชื่อในบัญชีรายชื่อสารเคมีต้องขออนุญาตใช้งาน หรือ “Authorization List”
  1. สารเคมีที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อสารต้องห้าม (Restriction List) ซึ่ง เป็นสารเคมีที่สหภาพ ยุโรปพิจารณาแล้วว่าความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่จะใช้ มาตรการควบคุมได้ และจำเป็นต้องมีการห้ามใช้ ซึ่งในกรณี นี้ หน่วยงานผู้รับผิดชอบ สามารถสั่งห้ามใช้สารใดก็ได้ที่ก่ออันตรายร้ายแรง ไม่จำเป็นต้องเป็น sVHC และการ ห้ามสามารถห้ามได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ห้ามผลิต (ในพรมแดนสหภาพยุโรป) ห้ามใช้เฉพาะบางงาน ห้าม จำหน่าย ห้ามมีในผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงระดับ Total Ban คือการห้ามในทุกกรณี โดยสหภาพยุโรปได้รวม กฎหมายที่เกี่ยวกับการห้ามใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย (Dangerous Substances Directive: DSD3]) ที่ออก ต่อๆ มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1976 จนถึงปัจจุบันรวมเกือบ 50 ฉบับมาควบคุมภายใต้ REACH เพียงที่เดียว (Annex XVII) โดยให้กฎหมายเก่ามีผลบังคับใช้ได้จนถึง 1 มิ.ย. 2009 ก่อนที่จะหันมาใช้กลไกที่ REACH วางไว้ ซึ่งที่ ผ่านมา สหภาพยุโรป โดย European Chemical Agency หรือ ECHA ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ เพื่อทำหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยสาร เคมีได้เริ่มกระบวนการพิจารณา “สารต้องห้าม” รายการใหม่ ตาม ขั้นตอน/กลไกที่ REACH กำหนดแล้ว