16/08/65 ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมโรงงาน

16/08/65 ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมโรงงาน

ลูกค้า ชาวญี่ปุ่นเข้าเยี่ยมชมโรงงาน ขอขอบพระคุณที่ไว้วางใจในผลิตภัณฑ์และบริการของเรา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นคู่ค้าที่ดีในอนาคต

(เพิ่มเติม…)
ทฤษฏีสีแสง (Light Color)

ทฤษฏีสีแสง (Light Color)

ทฤษฏีสีแสง แม่สีบวก (Additive color) หรือแม่สีวิทยาศาสตร์มี 3 สี คือ

  1. สีแดง (Red)
  2. สีเขียว (Green)
  3. สีน้ำเงิน (Blue)
ทฤษฏีสีแสง
  • แสงสีแดง (Red) ผสมแสงสีเขียว (Green) จะได้สีเหลือง (Yellow)
  • แสงสีเขียว (Green) ผสมแสงสีน้ำเงิน (Blue) จะได้สีน้ำเงินแกมเขียว (Cyan)
  • แสงสีแดง (Red) ผสมแสงสีน้ำเงิน (Blue) จะได้สีแดงแกมม่วง (Magenta)
  • เมื่อนำแสงหรือแม่สีทั้งสามสีมาผสมกันเข้าจะได้แสงสีขาว

การวัดสี (Color Measuring)

อุปกรณ์วัดสีที่นิยมใช้ในปัจจุบันคือ Spectrophotometer อุปกรณ์ดังกล่าวจะใช้แสงจากแหล่งประดิษฐ์ (illuminant) คือแสงที่แต่งค่าความเข้มแสง (intensity) หรืออุณหภูมิของสี (Color temperature) แล้ว ตัวอย่างของแหล่งแสงประดิษฐ์ได้แก่ D65 – แสงเที่ยงวัน (non daylight) CWF-แสงขาวเย็นจากหลอดฟลูออเรสเซ้น (cooled white fluorescent) อุปกรณ์วัดสีในห้องตลาดมีหลายรุ่นและหลายยี่ห้อ โดยระบบที่ยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน คือระบบ L* a b ซึ่งเป็นระบบการบรรยายสีแบบ 3 มิติ โดยที่

แกน L* บ่งบอกถึงความสว่าง (lightness) มีค่าตั้งแต่ 0-100 โดย 0 คือ สีดำ และ 100 คือ สีขาว

แกน a* บรรยายแกนสี จากสีเขียว –a* จนถึงสีแดง +a*

แกน b* บรรยายแกนสี จากน้ำเงิน –b* จนถึงสีเหลือง +b*

ในส่วนของค่าความแตกต่างของสีนั้นทาง CIE ได้กำหนดสัญลักษณ์ ∆E โดยมีสมการดังต่อไปนี้

โดยที่ หมายเลข 1 คือสีทดสอบที่1 หมายเลข 2 คือสีทดสอบที่ 2

ยกตัวอย่างเช่น สีทดสอบที่ 1 อ่านค่าจาก Colorimeter ได้ L*=50 a=50 b=50

สีทดสอบที่ 2 อ่านค่าจาก Colorimeter ได้ L*=52 a=51 b=52

เมื่อนำเข้าสมการจะได้

จะได้ = 3 เป็นต้น

“มทส.” เพิ่มมูลค่า “กระจูด” สู่หลอดดูดน้ำรักษ์สิ่งแวดล้อม เสริมวิสาหกิจชุมชนแนวใหม่

“มทส.” เพิ่มมูลค่า “กระจูด” สู่หลอดดูดน้ำรักษ์สิ่งแวดล้อม เสริมวิสาหกิจชุมชนแนวใหม่

อีกหนึ่งผลงานของนักวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุรนารี (มทส.) นำเสนอแนวคิดเพิ่มมูลค่า “กระจูด” จากพืชน้ำ สู่นวัตกรรมการเคลือบหลอด ด้วยเทคโนโลยีเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ผู้ประกอบการด้านเครื่องดื่มทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการเพิ่มคุณสมบัติของหลอดกระจูดให้เหนียว คงทน สะอาด ปลอดภัย ปราศจากสิ่งปนเปื้อน หวังช่วยลดปัญหาขยะจากหลอดพลาสติก ช่วยสร้างรายได้ และ ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนแนวใหม่อีกทาง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุทัย มีคำ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการออกแบบ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มทส. เปิดเผยว่า งานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม “การเคลือบหลอดกระจูดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ในเบื้องต้นได้รับทุนวิจัยจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ บริษัท สมาร์ทเทค จำกัด ผู้ประกอบการด้านผลิตหลอดเครื่องดื่ม  ที่ได้ตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากขยะพลาสติกที่สร้างมลภาวะ และย่อยสลายยาก  จึงมีแนวคิดที่จะใช้วัสดุจากธรรมชาติขึ้นมาทดแทน พร้อมนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ ใช้ลดข้อจำกัดและเพิ่มศักภาพให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น

จึงให้ความสนใจ “ต้นกระจูด” ซึ่งเป็นพืชน้ำตระกูลเดียวกับต้นกก ธูปฤาษี ปัจจุบันมีแหล่งปลูกใหญ่ ๆ  คือ พื้นที่จังหวัดระยอง และภาคใต้แหล่งใหญ่พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  โดยมองเห็นโอกาสของกลุ่มชุมชน นอกเหนือจากการนำกระจูดไปแปรรูปสร้างรายได้จากการทำเป็นเครื่องจักรสาน หรืออุปกรณ์ตกแต่งบ้าน พบว่า ลำต้นของกระจูด ที่ปลูกในระยะเวลาที่เหมาะสม รูปทรงได้สมมาตร ใกล้เคียงกับหลอดดูดน้ำพลาสติกในท้องตลาด แต่ยังมีพบข้อจำกัดบางประการ จึงเป็นที่มาของงานวิจัยนี้

“กระจูด” สู่หลอดดูดน้ำ
“กระจูด” สู่หลอดดูดน้ำ

งานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนี้ ได้มุ่งเสริมคุณสมบัติของหลอดกระจูดและลดข้อจำกัดบางประการ เช่น เปราะบางหักง่าย ความสะอาด ปลอดภัย ปราศจากสิ่งปนเปื้อน เช่น ไข่พยาธิ เนื่องจากเป็นพืชน้ำ และที่สำคัญต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  พร้อมได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบการระดับสากล เช่น สตาร์บัค หรือ อเมซอน เป็นต้น ซึ่ง“นวัตกรรมเทคโนโลยีการเคลือบหลอดกระจูด ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” สามารถลดข้อจำกัดปัญหาต่าง ๆ ข้างต้น

หลักการ คือ การนำหลอดกระจูดที่ตัดแต่งตามขนาดที่ต้องการ เข้าสู่กระบวนการเคลือบด้วยวัสดุพลาสติกที่ย่อยสลายได้ (Bioplastic)  การเติมสารที่ป้องกันการเกิดเชื้อราและแบคทีเรีย จากนั้น นำหลอดไปผ่านการทรีตเม้นต์ด้วยความร้อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดติดระหว่างพื้นผิวของกระจูดกับพลาสติกที่เคลือบ พร้อมกับทำให้สารละลายระเหยออกไป จากการทดสอบคุณสมบัติด้วยเครื่องมือทดสอบมาตรฐานสากล  ทั้งทดสอบแรงกดอัด และแรงบีบแตก พบว่า ได้หลอดกระจูดที่มีคุณสมบัติสูงขึ้น ทั้งด้านความแข็งแรง ความเหนียว ทนน้ำได้ดี ป้องกันการเกิดขึ้นของแบคทีเรีย และไข่พยาธิต่าง ๆ ที่อาจจะปนเปื้อน  และประการสำคัญคือ ลดมลภาวะด้านขยะพลาสติกตกค้าง และ ย่อยสลายตัวได้ยาก ในสิ่งแวดล้อม  

งานวิจัยเพิ่มมูลค่า “กระจูด”
งานวิจัยเพิ่มมูลค่า “กระจูด”

นอกจากประโยชน์ในเชิงสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังจะเป็นประโยชน์ในด้านวิสาหกิจชุมชนแบบใหม่ หากส่งเสริมให้ชุมชนเพิ่มพื้นที่ปลูกกระจูดตามแหล่งน้ำธรรมชาติ เสริมจากพืชหลักประจำท้องถิ่น  ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับกระจูดพืชน้ำที่คนทั่วไปอาจจะมองข้าม สร้างรายได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการพร้อมที่จะรับซื้อเข้าสู่กระบวนการผลิตหลอดกระจูดตามมาตรฐาน เพื่อการส่งออกไปในต่างประเทศ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป